รีวิว ทาวน์โฮม The Colors รามอินทรา-หทัยราษฎร์ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู และ แฟชั่นไอส์แลนด์

รีวิว ทาวน์โฮม The Colors รามอินทรา-หทัยราษฎร์
ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู และแฟชั่นไอส์แลนด์

วันนี้ทาง Areeya ได้เปิดตัวโครงการใหม่ ซึ่งเป็นโครงการทาวน์โฮมโครงการเดียวในแถบรามอินทราที่อยู่ติดถนนใหญ่ ให้พื้นที่ใช้สอยมากถึง 130 ตร.ม.

มีฟังก์ชันที่เทียบเท่าบ้านเดี่ยว กับโครงการ The Colors รามอินทรา – หทัยราษฎร์ ที่เปิดให้เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ค่ะ!

นอกจากโครงการจะอยู่ติดถนนใหญ่หทัยราษฎร์แล้ว ยังอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ เพียง 5 นาที

ใกล้แหล่ง Shopping ขนาดใหญ่ ทั้ง Fashion Island, The Promenade และ Chic Republic รามอินทรา อีกด้วยค่ะ

โครงการเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น สไตล์ Modern Tropical ที่มาพร้อมกับ Concept “Co – Activity Space” ให้ความเป็นส่วนตัวเพียง 150 ยูนิต

ที่ดินเริ่มต้น 20.9 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 130.0 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ (Co – Activity Room) 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

พร้อมลงเสาเข็มที่ลานจอดรถและลานซักล้างหลังบ้าน สำหรับรองรับการทำครัวไทยขนาดใหญ่หรือห้องซักรีดมาให้เรียบร้อยแล้ว

อีกทั้งยังมีระบบการจัดระเบียบการจอดรถภายในโครงการ ที่ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถอีกต่อไป

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ มีสวนส่วนกลางที่เป็น Co – Activity Space ที่มีทั้ง ลู่วิ่ง, สนามเด็กเล่น, สนามบาส และ ม้านั่งติด Plug Outlet ให้ชาร์จมือถือหรือ Notebook ได้

มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ด้วยระบบคัดกรองคนเข้า – ออกแบบ Easy Pass, CCTV และ รปภ. ราคาเริ่มต้นเพียง 2.69 – 3 ล้านต้น ๆ*

สอบถามข้อมูลและโปรโมชั่นเพิ่มเติมโทร : 1797 หรือ 090 – 198 – 2036

อ่านรีวิวทั้งหมดคลิก : https://www.homenayoo.com/the-colors-ramintra-hathairat/








ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.homenayoo.com/the-colors-ramintra-hathairat/
https://www.facebook.com/1433601076902438/posts/2526694050926463/?d=n

awsa

COMO BIANCA Bangna โครงการบ้านรักษ์โลก-ไร้ขยะ ต้นแบบวิถีชีวิต มินิมอล อีโค่ ลิฟวิ่ง

COMO BIANCA Bangna โครงการบ้านรักษ์โลก-ไร้ขยะ ต้นแบบวิถีชีวิต มินิมอล อีโค่ ลิฟวิ่ง

กว่า 1 ใน 5 ของขยะทั้งหมดในประเทศไทย มีแหล่งกำเนิดเกิดเมืองที่มีผู้คนอาศัยเยอะที่สุดในประเทศไทย ซึ่งนั่นก็คือ “กรุงเทพมหานคร” ยิ่งมีผู้คนอาศัยอยู่เยอะ ก็ยิ่งทำให้มีจำนวนขยะที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ยิ่งในช่วงสถาการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ทุกคนต้องใช้เวลาส่วนมากอยู่ที่บ้าน ทำงานก็ทำงานที่บ้าน ดูหนังก็ดูหนังที่บ้าน แม้แต่เที่ยวก็ยังต้องเที่ยวจากที่บ้านผ่านการท่องเที่ยวออนไลน์ต่างๆ สถานการณ์บังคับให้เราต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านไม่สามารถออกไปไหนได้ แต่ชีวิตเราก็ยังต้องดื่ม ต้องกิน ทำให้ทุกคนมีการบริโภคอาหารและสินค้าเดลิเวอรี่มากขึ้นอย่างมาก รวมถึงร้านค้าก็ต้องปรับตัวมาขายออนไลน์ ขายแบบเดลิเวอรี่มากขึ้นเช่นกัน ทั้งจำนวนบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ทั้งเศษอาหารที่เหลือ สิ่งเหล่านี้เป็นผลพวงที่ทำให้แต่ละบ้านมีการสร้างขยะในปริมาณที่เพิ่มขึ้น

เพื่อที่จะทำให้อาหารหรือสินค้าที่เราบริโภคไม่กลายไปเป็นขยะในสิ่งแวดล้อม การจัดการแยกขยะจึงเป็นส่วนเล็กๆ แต่สำคัญที่สามารถช่วยให้ขยะต่างๆ ได้ถูกนำไปรีไซเคิล ให้เกิดการหมุนเวียนและถูกใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดในวงจรของมัน ดังนั้นแล้วเราก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยการเปลี่ยนแปลงที่ดีสามารถเริ่มต้นได้จากตัวเรา และที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเริ่มต้นได้จาก “บ้าน” ของเรา

จะดีแค่ไหนถ้าบ้านที่เราอาศัยอยู่ นอกจากเราจะอยู่สบายแล้ว สิ่งแวดล้อมก็สบายตามไปด้วย
COMO BIANCA Bangna โครงการบ้าน ที่มีแนวคิด Minimal Eco Living บ้านเดี่ยวใจกลางบาง ที่มีดีไซน์เรียบแต่มาก ที่ส่งตรงจาก อารียา สู่คนที่มีใจรักในการออกแบบ รวมถึงคนที่มีหัวใจรักสิ่งแวดล้อม ด้วยโครงการที่มาพร้อมกับนวัตกรรมต่างๆ เพื่อที่จะผลักดันให้ทุกโครงการเป็น Zero Waste Society ที่แท้จริง

1. “เปลี่ยนขยะให้เป็นปุ๋ยปลอดสาร” ถังสำหรับจัดการขยะแบบบูรณาการ (Food Waste Decomposer Machine) ที่สามารถเปลี่ยนขยะเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ย นำไปใช้ต่อในการปลูกผัก ปลูกผลไม้ได้

2. “เปลี่ยนการทิ้งเป็นวินัยการรักษ์โลก” ด้วยโซนแยกขยะและถังรีไซเคิลขยะในบ้าน จุดเริ่มต้นสำหรับคนที่ไม่รู้จะแยกขยะอย่างไร ให้แยกตามถังที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้ เพื่อเป็นการสร้างวินัยและความเคยชินในการแยกขยะในชีวิตประจำวัน

3. “เปลี่ยนขยะให้เป็นเงิน” ผ่าน Recycle Time Application โดยนอกจากจะสนับสนุนให้คนแยกขยะแล้ว ทุกคนยังสามารถเอาขยะที่แยกนั้นมาเปลี่ยนเป็นเงินได้กับทางโครงการรับซื้อขยะ Recycle Time พิเศษเฉพาะลูกบ้านอารียาเท่านั้น ด้วยแอพพลิเคชั่นที่สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน มีการรายงานผล และติดตามผลว่าการีไซเคิลของเราได้ช่วยสิ่งแวดล้อมไปแล้วอย่างไร ได้ตลอดเวลา


นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่ COMO BIANCA Bangna จัดเตรียมให้ผู้อยู่อาศัย ให้แต่ละบ้านแต่ละครอบครัวจะได้มีส่วนร่วมและได้เริ่มต้นจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของประเทศไทยอย่างปัญหาขยะ ที่ควรจะมีการจัดการที่ดี โดยเริ่มต้นจากต้นทาง เพื่อให้ปลายทางนั้นสะดวกและง่ายต่อการนำไปจัดการต่อให้เกิดประสิทธิภาพและยั่งยืน

นับว่าเป็นโครงการต้นแบบในการก้าวไปสู่ Zero Waste Society ที่แท้จริง เพื่อผลกระทบเชิงบวก และเพื่อให้ทุกคนอยู่อาศัยกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

เพราะความสุขและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนนั้น เริ่มได้ง่ายๆ ที่บ้านของเราทุกคน

ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษและข้อมูลข่าวสารโครงการ คลิก : https://www.areeya.co.th/singlehome/como-bianca-bangna/ หรือ Call Center 1797

#COMOBIANCABANGNA
#AreeyaProperty

awsa

รีวิวทาวน์โฮม เดอะ คัลเลอร์ส กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ ทาวน์โฮมเก๋ๆ พื้นที่ใช้สอยสุดคุ้ม 4 ห้องนอน

วันนี้ขอแนะนำโครงการที่น่าสนใจ บนโลเคชั่นดีๆ แถมยังมีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ แบบบ้านสวยทันสมัย จัดเต็ม 4 ห้องนอน ในราคาไม่ถึง 2 ล้าน!

เดอะ คัลเลอร์ส กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ ทาวน์โฮม 4ห้องนอน ดีไซน์เก๋ๆ ในราคาสุดคุ้ม จาก Areeya Home
ทาวน์โฮม 2 ชั้น ครบและคุ้ม ทั้งฟังก์ชั่นที่มากถึง 4 ห้องนอน ติดถนนใหญ่ไทรน้อย ใกล้ห้างแมคโคร แค่ 10 นาทีถึงรถไฟฟ้า ส่วนกลางใหญ่ที่สุดในย่าน เริ่มต้นเพียง 1.75 ล้านบาท*

พบโปรโมชั่นพิเศษ กู้ 100%* + อารียาช่วยผ่อนนาน 3 ปี* + ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน*

ลงทะเบียนคลิก : https://bit.ly/37B9xpJ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  www.home.co.th/review/detail/82373

#เดอะคัลเลอร์สกาญจนาภิเษกราชพฤกษ์
#ทาวน์โฮม
#HomeBuyersGroup






ขอบคุณข้อมูลจาก : https://th-th.facebook.com/169148146552706/posts/2047318285402340/?d=n
https://www.home.co.th/review/detail/82373

awsa

อารียา ทาวน์ กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ บ้านในฝัน ทำเลเมืองใหม่ ในราคาที่ใครก็เป็นเจ้าของได้ 3 โครงการ เริ่มต้นเพียง 1.49 ล.

อารียา ทาวน์ กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์ บ้านในฝัน ทำเลเมืองใหม่ ในราคาที่ใครก็เป็นเจ้าของได้ 3 โครงการ เริ่มต้นเพียง 1.49 ล.

เริ่มต้นชีวิตครอบครัวกับการวางแผนซื้อบ้าน … คำตอบควรเป็นแบบไหน? เลือกโครงการในเมือง แต่ราคาแรง…ฝันครั้งนี้อาจไกลเกินเอื้อม

มาชมบ้านในฝัน ทำเลศักยภาพ ในราคาที่ใครก็เป็นเจ้าของได้ 3 โครงการเด่น จาก “อารียา ทาวน์ กาญจนาภิเษก – ราชพฤกษ์” จาก Areeya Property Areeya Home เริ่มต้นเพียง 1.49 ล้านบาท*

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : www.home.co.th/hometips/detail/96365

#เดอะวิลเลจ
#เดอะคัลเลอร์
#เดอะเพลส
#HomeBuyersGroup

เดอะ วิลเลจ กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์

เดอะคัลเลอร์ส กาญจนาภิเษก-ราชพฤกษ์

เดอะเพลส กาญนาภิเษก-ราชพฤกษ์

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.home.co.th/hometips/detail/96365
www.facebook.com/169148146552706/posts/2043258469141655/?d=n

awsa

COMO BIANCA BANGNA ผ้าใบแห่งชีวิตผืนใหม่บนบ้านหลังสีขาวกับแนวคิดสถาปัตยกรรม “Minimal Eco Living”

ที่นี่คือโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ออกแบบและพัฒนาโดย บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)  มีแนวคิดในการออกแบบวิถีชีวิตเพื่อการใช้ชีวิตของครอบครัวคนเมืองยุคใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “MINIMAL ECO LIVING” ซึ่งมีการใช้งาน พื้นที่ใช้สอย และความงดงามของสถาปัตยกรรมถูกผนวกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เน้นความ “เรียบแต่มาก” นำเสนอประสบการณ์การใช้ชีวิตสไตล์โมเดิร์นทรอปิคัล ชูจุดเด่นด้านความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน

“โคโม่ เบียงก้า” สร้างสรรค์ด้วยสถาปัตยกรรมรูปแบบ Modern Monolithic Minimalism เห็นได้ชัดตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้าที่ออกแบบอย่างเรียบเก๋ด้วยวัสดุหิน Terrazzo กับสไตล์การออกแบบที่เน้นแสดงให้เห็นถึงความงามของวัสดุการก่อสร้างแบบ “สัจวัสดุ” ความมินิมัลยังคุมโทนการออกแบบเข้ามาถึงพื้นที่อื่น ๆ ในโครงการ สิ่งที่สัมผัสได้เลย คือความขาวละมุนของตัวอาคารสถาปัตยกรรมที่ดูโล่งโปร่งและสะอาดตาตัดกับเเนวร่มไม้เขียวครึ้มเเสนร่มรื่น


และเมื่อเดินมาถึงบริเวณรั้วหน้าบ้านจะพบกับลานจอดรถที่สามารถรองรับรถยนต์ได้ถึง 2 คัน และสิ่งหนึ่งเลยที่ชวนให้สะดุดตาคือชานนั่งเล่นหน้าบ้านขนาดใหญ่ สำหรับใช้เป็นมุมพักผ่อนที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัวกับพื้นที่สวนหน้าบ้าน เหมาะกับการไว้เอนกายรับลมยามบ่าย


พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเด่นด้วยการออกแบบสเปซเเบบโอเพ่นเเปลน โปร่งสบายด้วยเพดานสูงถึง 2.7 เมตร พร้อมมีฟังก์ชันห้องเเบบ Muti Purpose ส่วนนี้เจ้าของสามารถปรับเเต่งได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน Kid’s Area หรือโฮมเธียเตอร์ ใกล้กันมีหน้าต่างเบย์วินโดว์ที่สร้างติดกับเฉลียงขนาดใหญ่ ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถดื่มด่ำกับวิวธรรมชาติรอบ ๆ ได้เต็มที่ ทั้งยังเปิดรับเเสงให้ส่องสว่างได้อย่างทั่วถึง ในส่วนของ Living Area ออกแบบให้มีขนาดพื้นที่โล่งกว้างจัดวางโซฟาตัวใหญ่ได้อย่างสบาย ภายใต้พื้นที่ใช้สอยรวม162 ตารางเมตร บนพื้นที่ 37.5 – 64.7 ตารางวา


พอเดินเข้ามาโซนด้านหลังบ้านจะพบกับส่วนรับประทานอาหารขนาดใหญ่ ที่สามารถบิลท์อินเคาน์เตอร์บาร์ หรือพื้นที่เก็บของเพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้สอย โต๊ะรับประทานอาหารรองรับสมาชิกครอบครัวได้ถึง 6-8 ที่นั่ง อีกทั้งยังมีประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ที่สามารถมองออกไปรับวิวสวนได้ชัดเจน ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนก็สามารถเป็นมุมพักผ่อนที่ให้ความรู้สึกสบายเเละผ่อนคลายไปกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด


ในส่วนของพื้นที่สวนได้ออกแบบให้มีซุ้มนั่งเล่นนอกบ้าน และเเลนด์สเคปแบบ Semi-Outdoor เล็ก ๆ นอกจะดูแลรักษาง่ายแล้ว ยังทำให้สเปซภายในกับภายนอกถูกเชื่อมต่อกันอย่างลงตัว


สำหรับครอบครัวไหนที่ชื่นชอบการทำอาหารไทย ก็ไม่ต้องกังวลว่ากลิ่นอาหารจะเข้าไปรบกวนคนในบ้าน เพราะทางโครงการได้ออกแบบแยกพื้นที่ครัวไทยเเละครัวฝรั่งอย่างเป็นสัดส่วนด้วยประตูกระจก จึงมั่นใจได้ว่ากลิ่นอาหารจะไม่เข้าไปรบกวนสมาชิกคนอื่น ๆ ถึงในบ้านเเน่นอน ขณะที่ด้านหลังยังเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ซักล้าง และโซนแยกขยะรีไซเคิลหลังบ้านอีกด้วย


พื้นที่พักผ่อนชั้นสองจะสังเกตได้ถึงความโล่งกว้างของโถงบันไดจากแสงธรรมชาติที่เข้ามาจากสกายไลท์ ในส่วนของห้องนอนใหญ่ หรือ Master Bedroom ได้รับการออกแบบให้มีขนาดฝ้าเพดานสูงถึง 3 เมตร ล้อมรอบด้วยผนังกระจกบานใหญ่เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติช่วยให้ห้องดูกว้างและโปร่งสบาย สามารถวางเตียงได้ถึงขนาด 6 ฟุต และยังสามารถวางโต๊ะดูทีวีเพิ่มเติมตรงปลายเตียง นอกจากนี้สเปซของห้องยังออกแบบไว้รองรับการต่อเติมเพิ่มในส่วนของห้องเเต่งตัว หรือ Walk-in Closet พื้นที่ในฝันสำหรับสาว ๆ ที่มาพร้อมห้องน้ำในตัว การตกแต่งภายใน ถ่ายทอดแนวคิด Minimal Eco Living ผ่านวัสดุธรรมชาติ และการใช้สีโทน Neutral Pastel ที่ดูอบอุ่นและสบายตา

นอกจากนี้ยังมีห้องนอนเล็กอีก 2 ห้อง ออกแบบไว้สำหรับห้องลูกในอนาคต หรือจะเป็นห้องทำงานก็ได้ แต่พอเข้ามาจะพบว่า แม้จะเป็นห้องนอนเล็กแต่พื้นที่ไม่ได้เล็กตามเลย โดยมีพื้นที่วางเตียงนอน 5 ฟุต ได้อย่างสบาย ๆ มาพร้อมกับกระจกในทุกห้อง ทำให้ไม่รู้สึกถึงความคับแคบหรืออึดอัดใด ๆ เลย


อีกสิ่งที่มาเติมเต็มแนวคิด Minimal Eco Living ทางอารียา ก็คือนวัตกรรม Zero Waste System ที่มีให้ในบ้านทุกหลัง โดยทุก ๆ บ้านจะมีถังสำหรับจัดการขยะแบบบูรณาการ (Food Waste Decomposer Machine) ที่สามารถย่อยเศษอาหารให้เป็นปุ๋ยได้ อีกทั้งยังมาพร้อมกับถังแยกขยะรีไซเคิลที่เตรียมไว้ให้ในบริเวณบ้าน สำหรับรองรับบริการ “Recycle Time” ของอารียา ที่ลูกบ้านสามารถนัดหมายบริการรับซื้อขยะรีไซเคิลได้ผ่าน แอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนตามวันเเละเวลาที่ต้องการ


ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/123573917680246/posts/4754227051281553/?d=n
https://www.baanlaesuan.com/193765/dontmiss/como-bianca-bangna

awsa

รีวิว Como Bianca Bangna (โคโม่ เบียงก้า บางนา) บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดในคอนเซ็ปต์ Minimal Eco Living ฟังก์ชั่นครบย่านบางนา ใกล้เมกาบางนา

ที่ตั้งโครงการสามารถเชื่อมต่อกับถนนเลียบวงแหวนกาญจนาฯ ตรง A Space ME บางนา, ถนนบางนา-ตราด, และถนนกิ่งแก้ว ได้ทันที ใกล้ Mega Bangna และ IKEA บางนา ใครสายช้อปต้องชอบมากแน่ๆ ค่ะ นอกจากนี้ไม่ไกลยังมีอย่าง Market Village, โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 1 สุวรรณภูมิ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีร้านค้า ร้านอาหารระดับชุมชนขึ้นอยู่มากมายให้เลือกสรรกันได้ตลอดข้างทางเลยค่ะ

ภายในโครงการมีฟังก์ชั่น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 162 ตารางเมตร มาพร้อมกับนวัตกรรม Zero Waste ที่ไม่ว่าจะเป็นถังย่อยเศษอาหารอัจฉริยะ และ โซนแยกขยะ Recycle ในบริเวณบ้าน ช่วยให้อยู่สบายทั้งคนอยู่และสิ่งแวดล้อม ซึ่งตัวโครงการมีบ้านให้เลือกทั้งแบบบ้านดี่ยวและบ้านแฝดเลย เปิดมาในราคาเริ่มต้นที่ 5.39 ล้านบาท* เท่านั้นค่ะ

อ่านรีวิวฉบับเต็ม : https://bit.ly/2YpZ6RB
ดูคลิปบน YouTube : https://youtu.be/f3odFk30BgU

 
 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/290398617730105/posts/2456207284482550/?d=n
https://yusabuy.com/2020/06/11/review-como-bianca-bangna/

awsa

รีวิวบ้านเดี่ยวโคโม่ เบียงก้า บางนา (Como Bianca Bang Na) มนต์เสน่ห์จากความเรียบง่าย สไตล์โมเดิร์น นวัตกรรม Zero Waste เปลี่ยนขยะให้เป็นเงินได้

โคโม่ เบียงก้า บางนา กับบ้านแนวคิด Minimal Eco Living โครงการบ้านเดี่ยว – บ้านแฝดใหม่ล่าสุดจาก Areeya Home ที่ถูกออกแบบมาในแนวคิด Minimal Eco Living รองรับการใช้งานและไลฟ์สไตล์ของครอบครัวคนเมืองรุ่นใหม่ ที่มีหัวใจรักงานดีไซน์และสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันสำหรับทุกคนในครอบครัว

ซึ่งมาพร้อมฟังก์ชั่นพิเศษห้อง Multi Purpose และ Bay Window โดยมีนวัตกรรม Zero Waste เปลี่ยนขยะให้เป็นเงินได้ด้วย สามารถเดินทางเข้า-ออกสะดวกทั้งถนน,ทางด่วน,วงแหวนฯ,สนามบิน ใกล้ห้างเมกา บางนา
แหล่งช้อปปิ้งครบจบในที่เดียว

ลงทะเบียนคลิก
https://www.areeya.co.th/singlehome/como-bianca-bangna/
www.home.co.th/review/detail/82378-

#ComoBiancaBangna
#อารียา

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.home.co.th/review/detail/82378-
https://www.facebook.com/169148146552706/posts/2049250905209078/?d=n

awsa

รีวิว บ้านเดี่ยว Como Bianca บางนา บนทำเล ติด MEGA บางนา เริ่ม 5.39 ล้านบาท*

ตัวโครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ บน ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
เดินทางสะดวกสบาย สามารถเข้า – ออกได้ถึง 3 เส้นทาง ไป วงแหวนรอบนอกกาญจนาฯ และ ทางพิเศษบูรพาวิถี หรือถนนบางนา-ตราด ได้สะดวก
ใกล้แหล่ง Shopping ชั้นนำขนาดใหญ่อย่าง Mega บางนา – Ikea บางนา, Bitec บางนา, Bangkok Mall, Central บางนา และ Market Village สุวรรณภูมิ

โคโม่ เบียงก้า บางนา เป็นโครงการบ้านเดี่ยว – บ้านแฝด 2 ชั้น ตัวบ้านออกแบบมาพร้อมกับความใส่ใจรายละเอียดทั้งในด้าน Eco Living อย่างนวัตกรรม Zero Waste
ทั้งถังแยกขยะในบ้าน เครื่องกำจัดเศษขยะอาหาร และความพรีเมียมของสเปกทั้งส่วนของวัสดุการก่อสร้าง
พื้นที่โครงการขนาด 21-0-17.8 ไร่ เป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนบ้านทั้งโครงการ เพียง 126 ยูนิต ที่ดินบ้าน เริ่มต้น 37.5 ตร.ว. ตัวบ้านมีขนาดพื้นที่ใช้สอย 162 ตร.ม.
ฟังก์ชั่นบ้านขนาด 3 ห้องนอน + 1 ห้อง Multi Purpose, 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ อาทิ สวนสาธารณะ และ Areeya Clubhouse เข้า-ออกโครงการ แยกทางเข้า Owner และ Visitor โดย Owner หรือกลุ่มเจ้าของบ้าน
เข้า – ออกด้วยระบบ Easy Pass, กล้องวงจรปิด CCTV ติดทางเข้า – ออก พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม.

ราคาเริ่มต้น 5.39 ล้านบาท*
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร : 1797
ลงทะเบียนรับสิทธิ์จองราคาพิเศษก่อนใคร คลิก https://bit.ly/2xRK7GH
อ่านรีวิวทั้งหมดคลิก :

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.homenayoo.com/como-bianca-bangna/
https://www.facebook.com/homenayoo.fc/posts/2557991244463410

awsa

HOME OFFICE เกษตร – นวมินทร์

เกษตร-นวมินทร์ ถือเป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าจับตามองทั้งในแง่ของการอยู่อาศัยและทำธุรกิจการค้า โดยเฉพาะกลุ่มงานสาย Creative และ Design ที่กำลังมองหา Home Office ที่มีความยืดหยุ่นรองรับได้ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตในหลากหลายรูปแบบ พร้อมด้วยภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัย มีการเดินทางที่สะดวกสบาย และรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่ก่อนจะพาไปเจาะลึกถึงศักยภาพของ Home Office ย่านเกษตร-นวมินทร์   คงต้องขอเท้าความไปถึงที่มาที่ไปเกี่ยวกับการขยายตัวโดยเฉพาะกลุ่มงานสาย Creative ที่เริ่มมาตั้งแต่ย่านทองหล่อ-เอกมัย จนถึง Town in Town และเกษตร-นวมินทร์ ดังที่เห็นในปัจจุบัน

CREATIVE MOVE! เทรนด์การขยายตัวของกลุ่มครีเอทีฟสู่เกษตร-นวมินทร์

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าพื้นที่โซนสุขุมวิทนั้นเป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญลำดับต้นๆ ของกรุงเทพ จึงเป็นทำเลที่ตั้งของสำนักงานและองค์กรต่างๆ มากมายหลายประเภท ตั้งแต่ระดับ Start-up ไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่งานสาย Creative อาทิ กลุ่มสถาปนิกและนักออกแบบ สายงานด้านแฟชั่น เอเจนซี่โฆษณา สื่อสิ่งพิมพ์ รวมไปถึงธุรกิจบันเทิงต่างๆ
ทั้งนี้ด้วยลักษณะงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา บางครั้งไอเดียดีๆ ก็มักจะโผล่มาตอนฟ้ามืด แต่จะนั่งทำงานต่อในออฟฟิศแอร์อาคารก็ตัดไปเสียแล้ว หรือเกิดโต้รุ่งดึกๆ ดื่นๆ และพรุ่งนี้เช้ามีประชุมต่อตอน 9 โมง ก็ต้องเสียเวลาเดินทางกลับบ้านไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วกลับมาทำงานใหม่

ในเมื่อ 24 ชม. ของแต่ละคนไม่เท่ากัน คงจะดีหากเรามีพื้นที่ทำงานที่สามารถยืดหยุ่นเรื่องเวลาและปรับรูปแบบให้เข้ากับ Lifestyle การใช้ชีวิตและการทำงานของเราได้ จึงทำให้เกิดแนวคิดของ Home Office ขึ้น

แต่ด้วยความหนาแน่นของพื้นที่โซนสุขุมวิท บวกกับราคาที่ดินที่มีแต่จะปรับตัวสูงขึ้นทุกวัน ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการเริ่มมองหาพื้นที่สำหรับ Home Office ในละแวกใกล้เคียง อย่างเช่น โซนพระราม 9 ซึ่งเชื่อมต่อกับย่านทองหล่อ-เอกมัยได้ด้วยถนนประดิษฐ์มนูญธรรม และเลยไปจนถึง Town in Town ทำเลยอดฮิตแต่ดั้งเดิมของกลุ่ม Small Office และ Home Office อีกทั้งเป็นศูนย์รวม Studio และ Production House รวมถึงธุรกิจสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ


info : กรมธนารักษ์

จากราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ปี 2559-2562 ซึ่งเป็นราคาที่ดินที่อยู่ระหว่างรอการพัฒนาพบว่า ราคาที่ดินบริเวณถนนเอกมัย ซึ่งเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญและเป็นที่ตั้งของบริษัทออกแบบและธุรกิจสร้างสรรค์หลากหลายประเภท ทั้งยังรองรับด้วยระบบคมนาคม สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และบวกกับมีการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้มาก จึงมีราคาเฉลี่ยต่อตารางวาสูงถึง 315,000 บาท ในขณะที่ช่วงถนนประดิษฐ์มนูธรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของโฮมออฟฟิศย่านลาดพร้าว โซนถนนประดิษฐมนูธรรม มีราคาเฉลี่ยต่อตารางวาอยู่ที่ 120,000 บาท และถนนประเสริฐมนูกิจ หรือที่เราคุ้นเคยกันดีว่า เกษตร-นวมินทร์ ที่อยู่ในระหว่างพัฒนาส่วนต่อขยายถนนและรถไฟฟ้าต่างๆ มีราคาขยับขึ้นมาเฉลี่ยอยู่ที่ 80,000 บาทต่อตารางวา

ในขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาราคาที่ดินย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน เราจะเห็นแนวโน้มของราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะบริเวณถนนประเสริฐมนูกิจซึ่งเติบโตจาก 20,000 บาทต่อตารางวาเป็น 80,000 บาทต่อตารางวาหรือคิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้น 25% ต่อปี ตลอดช่วง 12 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าโซนเอกมัยเล็กน้อย ที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 18.59%
ด้วยต้นทุนราคาที่ดินที่ต่ำกว่า อีกทั้งนานไปยังมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ย่านเกษตร-นวมินทร์ได้รับความสนใจจาก Developer นักลงทุนและผู้ประกอบการที่กำลังมองหาทำเลใหม่ๆ สำหรับทำออฟฟิศ

INFRASTRUCTURE ในย่านเกษตร-นวมินทร์

เกษตร-นวมินทร์ ถือได้ว่าเป็นย่านแห่ง Home Office ใหม่ซึ่งเหมาะกับกลุ่มอาชีพ Creative เพราะอยู่ไม่ไกลจากสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้ง Benedict Studio, Crystal Design Center และ SCG Experience เป็นต้น โดยสาเหตุที่ Home Office โซนนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงจากทั้ง Developer และผู้ซื้อที่เป็นผู้ประกอบการ เพราะไม่ไกลจากตัวเมือง ราคาที่ดินไม่สูงมากนัก จึงส่งผลต่อราคาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ รวมถึง Home Office ในทำเลนี้ ที่สามารถจับต้องได้เมื่อเทียบกับย่านอื่นๆ ในเมือง และเมื่อลงลึกถึงเรื่องระบบคมนาคม พบว่าในย่านเกษตร-นวมินทร์นี้รายล้อมไปด้วยถนนหนทางทั้งสายหลัก สายรองต่างๆ รวมถึงทางพิเศษทั้งที่มีอยู่และในอนาคต มากไปกว่านั้นด้วยส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ที่มีโครงการก่อสร้างในบริเวณนี้ ส่งผลให้การคมนาคมมีความสะดวกสบายมากขึ้นในอนาคต ซึ่งสามารถดูข้อมูลต่อเนื่องด้านล่างครับ

การมาถึงของ HUB ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าถึง 5 เส้นทาง

และอีกหนึ่งสิ่งที่จะมาช่วยเติมเต็มความสะดวกสบายในการเดินทางสำหรับเส้นเกษตร-นวมินทร์ ก็คือ ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสีน้ำตาล ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อเข้ากับโครงการรถไฟฟ้าถึง 7 สาย ดังนี้

1) สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีชมพู 2) สถานีบางเขน เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดง 3) สถานีแยกเกษตร เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียว 4) สถานีฉลองรัช เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเทา และ 5) สถานีลำสาลี เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีส้ม โดยจะมีการก่อสร้างอาคารจอดแล้วจรที่แยกบางกะปิ เพื่อส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชน และมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2568
นอกเหนือจากนี้ยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาเส้นทาง และสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างโดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 2562 และมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2563

ทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2

info & image : สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร

หลังจากทิ้งซากตอม่อไว้หลายสิบปีก่อนบนเกาะกลางของ ถ.เกษตร-นวมินทร์ และแผนการที่จะเริ่มก่อสร้างได้หยุดชะงักลงไปตั้งแต่ปี 2556 จากการประท้วงและไม่เห็นด้วยของหลายๆ ฝ่าย ซึ่งทำให้ทาง สนข. กลับไปคิดเป็นการบ้านถึงทางเลือกอื่นๆ โดยเป้าหมายของโครงการนี้คือ การสร้างเส้นทางเชื่อมกับระบบทางพิเศษระหว่างเมืองด้านตะวันออก-ตะวันตก จนมาถึงปัจจุบันโครงการนี้ถูกนำกลับมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้งโดยมีการศึกษาการใช้งานร่วมกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) เพื่อเป็นทางเลือกอีกรูปแบบหนึ่งในหลายๆ ตัวเลือก ระบบทางด่วน จะเป็นการต่อขยายแนวทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 และส่วนต่อขยายไปยังถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก เชื่อมต่อทางยกระดับอุตราภิมุข-ทางพิเศษศรีรัช-ถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตกที่ต่างระดับรัชวิภา เพื่อเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบทางพิเศษระหว่างพื้นที่ด้านตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพมหานคร โดยแนวโครงการจะเริ่มต้นจากถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออกมาตามแนวถนนประเสริฐมนูกิจ ผ่านแนวคลองบางบัว คลองบางเขน และขนานไปตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต จนถึงทางแยกต่างระดับรัชวิภา รวมระยะทางประมาณ 17.2 กิโลเมตร คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2567

เกษตร-นวมินทร์ ทำเลใหม่ที่น่าลงทุน

สำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาทำเลเพื่อเริ่มต้นหรือขยายกิจการ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจประเภทออกแบบสร้างสรรค์ซึ่งต้องการความยืดหยุ่นทั้งด้านสถานที่และเวลา และค่อนข้างให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย บรรยากาศเงียบสงบเน้นความเป็นส่วนตัวสำหรับการสร้างสรรค์งานต่างๆ มีนิติบุคคลคอยดูแลพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม โฮมออฟฟิศย่านเกษตร-นวมินทร์ก็นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและคุ้มค่า เพราะได้ใช้ประโยชน์ทั้งในแง่ของการทำงาน การอยู่อาศัย ทั้งยังเป็นสินทรัพย์ที่มีแต่จะเพิ่มมูลค่ามากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

สำหรับนักลงทุน ปล่อยเช่าก็คุ้ม
ด้วยศักยภาพทางด้านระบบคมนาคมขนส่งและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านอื่นๆ ดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว อีกทั้งต้นทุนด้านราคาที่ดินที่ต่ำกว่าในย่านอื่นๆซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลต่อราคาซื้อ-ขาย แต่ยังส่งผลต่อราคาค่าเช่า ทำให้ย่านเกษตร-นวมินทร์เป็นทำเลที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับกลุ่มนักลงทุนเพื่อปล่อยเช่า โดยเมื่อเปรียบเทียบค่าเช่าสำนักงานในโซนสุขุมวิทกับย่านเกษตร-นวมินทร์พบว่ามีราคาแตกต่างกันราว 2.6 เท่า โดยย่านเอกมัยมีราคาค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 833 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ในขณะที่โซนเกษตร-นวมินทร์มีราคาเฉลี่ยเพียง 314 บาท ด้วยเรทราคาเท่านี้ถือว่าค่อนข้างสมเหตุสมผลและสามารถตอบโจทย์ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆ ที่กำลังมองหาทำเลสำหรับเช่าเพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี

HOME OFFICE ย่านเกษตร-นวมินทร์

ในพื้นที่ย่านเกษตร-นวมินทร์ ยังมีโครงการโฮมออฟฟิศอยู่เพียง 6 แห่งใหม่ที่เปิดขาย ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวใกล้กับถนนประเสริฐมนูกิจ ที่กำลังมีพัฒนาโครงการทางพิเศษและรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลอยู่ ในส่วนของราคาเฉลี่ยเริ่มต้นของโฮมออฟฟิศจะอยู่ประมาณ 17.6 ล้านบาท ซึ่งโครงการที่มีราคาเริ่มต้นถูกที่สุดคือโครงการ The Parti เกษตร-นวมินทร์ นั่นเอง

The Parti เกษตร-นวมินทร์

เจ้าของโครงการ: บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จํากัด (มหาชน)
ประเภทโครงการ: Home Office 4 ชั้น
จำนวนยูนิต: 67 ยูนิต
ราคาเริ่มต้น: 12.9 ล้านบาท

Altitude Prove เกษตร-นวมินทร์

เจ้าของโครงการ: บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด
ประเภทโครงการ: Home Office 4 ชั้น
จำนวนยูนิต: 8 ยูนิต
ราคาเริ่มต้น: 18.7 ล้านบาท

District เอกมัย-รามอินทรา

เจ้าของโครงการ: บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
ประเภทโครงการ: Home Office 3.5-4 ชั้น
จำนวนยูนิต: 36 ยูนิต
ราคาเริ่มต้น: 14.9 ล้านบาท

Nirvana @Work ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์

เจ้าของโครงการ: บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด
ประเภทโครงการ: Home Office 4-4.5 ชั้น
จำนวนยูนิต: 48 ยูนิต
ราคาเริ่มต้น: 15 ล้านบาท

Arco เอกมัย-รามอินทรา

เจ้าของโครงการ: บริษัท รีโว เอสเตท จำกัด
ประเภทโครงการ: Home Office 4 ชั้น
จำนวนยูนิต: 25 ยูนิต
ราคาเริ่มต้น: 16.5 ล้านบาท

Headquarters เอกมัย-ลาดพร้าว

เจ้าของโครงการ: บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด
ประเภทโครงการ: Home Office 5 ชั้น
จำนวนยูนิต: 29 ยูนิต
ราคาเริ่มต้น: 29 ล้านบาท

ทั้ง 6 โครงการ Home Office นั้นมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ของการออกแบบตัวบ้านและช่วงราคาที่มีให้เลือกหลากหลาย แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ใกล้เคียงกัน เช่น ที่จอดรถสำหรับแต่ละยูนิตซึ่งแปรผันไปตามขนาดหน้ากว้างของตัวบ้าน หรือโครงการที่มีพื้นที่มากหน่อยก็จะมีพื้นที่จอดรถสำหรับลูกค้าหรือผู้ที่เข้ามาติดต่อไว้ให้ด้วย ส่วนเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยนั้นแทบจะเป็นมาตรฐานสำหรับ Home Office สมัยใหม่ที่ประกอบไปด้วย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอยภัย 24 ชม. กล้องวงจรปิดตั้งแต่บริเวณทางเข้าและโดยรอบโครงการ รวมถึงบัตรเข้า-ออกโครงการที่เป็นระบบ RFID เช่นเดียวกับ Easy Pass

และในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางย่อมต้องมีสวนหย่อมไว้เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจ หรือในบางโครงการก็จัดให้มี Clubhouse ที่มี Lobby ไว้รองรับผู้เข้ามาติดต่อ เผื่อในกรณีที่เราไม่สะดวกให้เข้าไปนั่งคุยในออฟฟิศของตัวเอง และอาจมีส่วนของห้องสมุดและฟิตเนสเช่นเดียวกับส่วนกลางของหมู่บ้านและคอนโด แต่ที่ดูจะโดดเด่นและทันสมัยตอบโจทย์ความเป็น Home Office ของคนรุ่นใหม่ได้ดีนั่นก็คือระบบ Home Automation ที่สามารถควบคุมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในบ้านได้ด้วย Application บนมือถือ ทั้งยังเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดได้อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดหลายนี้อาจเป็นส่วนที่เอาไว้ใช้ในการพิจารณาของท่านผู้อ่านในการเลือกซื้อโครงการครับ

THE PARTI โฮมออฟฟิศแห่งใหม่ ย่านเกษตร-นวมินทร์
หนึ่งใน Home Office ใหม่ที่น่าจับตามองในย่านเกษตร-นวมินทร์ ได้แก่ The Parti เกษตร-นวมินทร์ โดยอารียา พรอพเพอร์ตี้ ซึ่งมาพร้อมกับแนวคิด “Creativity Community Connectivity” เพื่อเป็นพื้นที่ให้คุณได้แลกเปลี่ยนไอเดียและสร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีครบครันเพื่อรองรับ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่
ภาพบรรยากาศภายใน

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.realist.co.th/blog/home-office-kaset-nawamintra-2018/

awsa

เมื่อ Home Office กำลังเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่าในยุคเถ้าแก่ 4.0

ปัจจุบันเทรนด์ออฟฟิศแนวใหม่มีความหลากหลายตามกระแสการทำธุรกิจและรูปแบบเปลี่ยนไปมากกว่าเดิม ซึ่งการเติบโตเทคโนโลยียุคดิจิทัลยังเปลี่ยนพฤติกรรมคนยุคใหม่จากเดิมทั้งเรื่องไลฟ์สไตล์และมุมมองการทำงานคนยุคนี้ การกลับมาของ Home Office สำหรับคนเจนวาย ( Gen Y ) หรือมิลเลนเนียล และเจนเนอเรชันซี ( Gen Z ) ที่มีค่านิยมในเรื่องการทำงาน โดยมีแนวโน้มหันมาเลือกเป็นฟรีแลนซ์ หรือเป็นเจ้านายตัวเองมากขึ้น แทนการเติบโตในองค์กรขนาดใหญ่แบบคนยุคก่อน เพราะมองว่าตอบโจทย์การใช้ชีวิตและประสบความสำเร็จได้เร็วกว่า

รูปภาพจากโครงการเดอะ พาร์ที เกษตร-นวมินทร์ ( โฮมออฟฟิศ )

รูปภาพจากโครงการเดอะ พาร์ที เกษตร-นวมินทร์ ( โฮมออฟฟิศ )

จึงเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้กระแส Home Office กลับมาบูมอีกครั้ง เพราะถือเป็นอีกทางเลือกที่ผู้ประกอบการกลุ่ม SMEs ให้ความสนใจ ซึ่งยังเกิดจากหลายปัจจัย คือ

  1. การเติบโตของธุรกิจ SME และ Startup ใหม่ๆ
    เมื่อเทรนด์สตาร์ทอัพกำลังขยายตัวจากการส่งเสริมของทั้งภาครัฐและเอกชน จึง ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทโฮมออฟฟิศเพราะมองว่าคุ้มค่ากว่า
  2. ราคาเช่าสำนักงานในอาคารใหญ่เริ่มปรับตัวขึ้นตลอดเวลา
    ในช่วงไม่กี่ปีให้หลัง โดยเฉพาะการเช่าอาคารสำนักงานในย่านศูนย์กลางย่านธุรกิจ ทั้ง CBD หรือ New CBD รวมถึงตามเส้นทางรถไฟฟ้า จนหลายคนอาจลำบากหรือเบื่อที่จะต้องหาพื้นที่ใหม่
  3. ความคุ้มค่ากว่าในแง่การลงทุน
    การซื้ออาคารโฮมออฟฟิศสามารถกลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ของบริษัทได้ และยังคุ้มค่าลดระยะเวลาเดินทาง เพราะฟังค์ชันของโฮมออฟฟิศออกแบบเพื่อตอบโจทย์เป็นทั้งที่ทำงาน และที่พักอาศัยในพื้นที่เดียวกัน ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง จึงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
  4. สร้างสมดุลการใช้ชีวิตแบบ Work & Life Balance
    เมื่อไม่ต้องเดินทางไปทำงาน ทำให้มีเวลาในการพักผ่อนหรือให้เวลากับกิจกรรมครอบครัวมากขึ้น
  5. ฟังค์ชันการออกแบบตอบโจทย์การใช้ชีวิต
    Home office มักมีการออกแบบ Function ภายนอกและภายในที่เหมาะกับบรรยากาศการทำงาน อาทิการจัดสรร พื้นที่นั่งทำงาน ห้องประชุม และยังออกแบบสำหรับพื้นที่พักอาศัยลงตัว ทั้งการออกแบบที่สามารถยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ สามารถรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงในการขยับขยายในอนาคต อีกปัจจัยสำคัญที่เหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่กลับเป็นปัญหาสำคัญของการมีออฟฟิศสมัยนี้ คือเรื่องจอดรถที่ไม่พอเพียง ทั้งสำหรับลูกค้าและพนักงาน ซึ่งโฮมออฟฟิศมักจะคิดตรงจุดนี้ไว้แล้ว ปักหมุด ทำเลทองของ Home Office เมื่อก่อนหากจะเลือกที่ทำงาน หลายคนอาจมองทำเล CBD เป็นอันดับแรก เพราะความสะดวกแต่หลังความแออัด และราคาที่ดินที่มีพื้นที่จำกัด ทำให้หลายธุรกิจเริ่มมองพื้นที่รอบนอกที่เดินทางสะดวกหรืออยู่ใกล้กับย่านศูนย์กลางธุรกิจมากขึ้น หากย้อนไปในช่วงหลายสิบปีก่อน ย่านโฮมออฟฟิศสุดโด่งดังหนีไม่พ้น “ทาวน์อินทาวน์” ถนนศรีวรา ถนนลาดพร้าว และรามอินทรา (ในโซนวัชรพล หรือซอยนวลจันทร์) ถือเป็นศูนย์กลางที่รวมตัวของบรรดาเอเจนซีเฮาส์ โพรดักชั่นเฮาส์ สตูดิโอถ่ายภาพ และธุรกิจในแวดวงครีเอทีฟที่ทำงานด้านความคิดสร้างสรรค์

แต่ปัจจุบันโซนดังกล่าวเริ่มอิ่มตัว เพราะความหนาแน่นของอาคารสำนักงานที่มารวมตัวกันในย่านนี้ ขณะที่พื้นที่กลับมีจำกัดลง อีกทั้งการจราจรบนเส้นลาดพร้าวก็สร้างปัญหาไม่น้อย หลังมีการขยายตัวของเมือง ที่เกิดจากแผนการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าของภาครัฐ ส่งผลให้มีการขยับขยายพื้นที่ออกมาในโซนรามอินทรา เรื่อยมาจนถึง “เกษตรนวมินทร์” มากขึ้น เพราะทำเลดังกล่าวยังอยู่ไม่ห่างจากโซนเดิมของสำนักงานของชาวครีเอทีฟและเอเจนซี่มากนัก แต่สะดวกในเรื่องการเดินทางที่สามารถเชื่อมต่อถนนธุรกิจสำคัญ และยังใกล้กับที่พักอาศัยของพนักงานในโซนลาดพร้าว ซึ่งมีชื่อในความเป็น ที่พักอาศัย ของคนวัยทำงาน ที่สำคัญราคาที่ดินแถบนี้ยังไม่แรงมากเท่าโซนเมืองชั้นในและ CBD ปัจจุบันจึงเห็นโครงการโฮมออฟฟิศผุดขึ้นต่อเนื่องหลายโครงการ

“เกษตรนวมินทร์”
ศูนย์กลางสังคมนักสร้างสรรค์แห่งใหม่

“เกษตรนวมินทร์” เป็นทำเลใกล้เมือง ที่น่าสนใจ เดิมเป็นทำเลที่อยู่อาศัยชุมชนบ้านเดี่ยวริมถนนใหญ่ มีทั้งหมู่บ้านจัดสรรผุดขึ้นมากมาย ต่อมาในย่านนี้จึงมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เช่น สตูดิโอถ่ายภาพ ห้องอัดเสียงและซ้อมดนตรี บริษัทสถาปัตยกรรมออกแบบ ธุรกิจตัดต่อภาพยนตร์ และโพสต์โพรดัคชัน ศูนย์ออกแบบและศูนย์การค้าด้านดีไซน์ ทำเลนี้จึงกำลังกลายเป็นโซนที่ทำงานแหล่งธุรกิจใหม่ของกลุ่มอาชีพสร้างสรรค์ ครีเอทีฟคนรุ่นใหม่มากขึ้น

รูปภาพจากโครงการเดอะ พาร์ที เกษตร-นวมินทร์ ( โฮมออฟฟิศ )

รูปภาพจากโครงการเดอะ พาร์ที เกษตร-นวมินทร์ ( โฮมออฟฟิศ )

ทั้งยังสามารถเดินทางเชื่อมไปยังถนนสายหลัก และสายรองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น นวมินทร์ พหลโยธิน วิภาวดีรังสิต รามอินทรา ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา ประเสริฐมนูญกิจ นวลจันทร์ ลาดพร้าว เสรีไทย และรามคำแหง และใกล้ทางด่วน ได้แก่ ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และยังอยู่ใกล้กับวงแหวนรอบนอก กาญจนาภิเษก ที่สามารถเดินทางไปยังพื้นที่ชั้นนอกรอบๆ กรุงเทพฯ ได้

โดยในอนาคตกำลังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง และ รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี วิ่งผ่าน ที่คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2563 สายสีเชียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ และสายสีเทา ช่วงวัชรพล-สะพานพระราม 9 วิ่งเชื่อมเกษตรนวมินทร์กับย่านใจกลางเมืองอื่นๆ จะสังเกตเห็นว่าเริ่มมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่และคอมมูนิตี้มอลล์ ไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัลอีสวิลล์ The Walk เกษตรนวมินทร์ The Crystal Design Center หรือ CDC ศูนย์กลางสินค้าออกแบบและเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านครบวงจร และร้านอาหารและแหล่งแฮงค์เอาท์ ไปจนถึงตลาดนัดกลางคืนในพื้นที่มากมาย ซึ่งในอนาคต ยังจะมีเส้นทางรถไฟฟ้าสายต่างๆ ยิ่งทำให้ย่านนี้คึกคักมากขึ้น

ด้วยทำเลที่ตอบโจทย์จึงเริ่มมีโครงการโฮมออฟฟิศเริ่มเปิดตัวหลายโครงการ เพราะเล็งเห็นว่าสังคมในทำเลนี้จึงเป็นสังคมคุณภาพที่ให้ Work Life Balance ได้ และมีความเป็นย่านที่มีคุณสมบัติครบในการเป็นโฮมออฟฟิศ

ซึ่งระยะหลังจึงมีโครงการโฮมออฟฟิศระดับไฮเอ็นด์หรือลักชัวรี กำลังก่อสร้างในทำเลนี้ หนึ่งในนั้นคือโครงการ The Parti by Areeya ซึ่งตั้งอยู่บนทำเลถนนลาดปลาเค้า ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อถนนหลักสำคัญหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น เกษตรนวมินทร์ พหลโยธิน ลาดพร้าว รามอินทรา

รูปภาพจากโครงการเดอะ พาร์ที เกษตร-นวมินทร์ ( โฮมออฟฟิศ )

โดยอารียา เป็นอีกแบรนด์ผู้พัฒนาฯ ที่ได้ชื่อว่ามีความโดดเด่นด้านการออกแบบโครงการมีเอกลักษณ์ และพัฒนาโครงการได้ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ สำหรับ The Parti อารียาจึงวางกลยุทธ์เป็นโครงการโฮมออฟฟิศแนวหรูที่มีแคแรคเตอร์เฉพาะ ซึ่งมาพร้อมคอนเสปท์ Creative – Community – Connectivity ( ครีเอทีฟ – คอมมูนิตี – คอนเน็คทิวิตี ) การมีชีวิตและโลกการทำงานที่สมบูรณ์แบบท่ามกลางโลเคชันสังคมนักสร้างสรรค์ที่เชื่อมต่อทุกความต้องการของชีวิตและธุรกิจ เจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็น New Gen Entrepreneurs และ The Modern Family Business Owners ที่มองหาหรืออยากสร้างอาณาจักรที่เป็นตัวเอง

ด้วยแนวคิดการออกแบบจึงน่าจะตอบโจทย์กลุ่มนักธุรกิจหรือเจ้าของกิจการ SMEs ขนาดกลางรุ่นใหม่ ในแวดวงงานครีเอทีฟสร้างสรรค์ที่ต้องการหาจุดศูนย์กลางของการใช้ชีวิตแบบที่เป็นตัวเอง ซึ่งด้วยรูปแบบธุรกิจที่ทำจึงต้องการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ได้ทุกวัน และยังอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบมีคุณภาพ และมีรสนิยม

อีกจุดเด่นสำคัญของโครงการ นอกจากการออกแบบที่โดดเด่นตามสไตล์ Creative Community เน้นแนวคิดสร้างสรรค์ เรียบง่าย แต่ให้ความอบอุ่นสำหรับผู้อยู่อาศัย การเลือกใช้วัสดุคุณภาพ การพัฒนาโครงการเน้นพื้นที่สีเขียวและล้อมรอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีมาเสริมเพิ่มความสะดวกสบายแบบที่อยู่อาศัยยุคใหม่แล้ว

The Parti by Areeya ยังมีเอกลักษณ์ด้วยตัวผู้อยู่อาศัยยังสามารถเลือกออกแบบ จัดสรรพื้นที่และฟังค์ชันการใช้งานได้ด้วยตัวคุณเองได้ ซึ่งจะตอบโจทย์กลุ่มเจ้าของธุรกิจหรือครอบครัวยุคใหม่ที่ชอบออกแบบปรับปรุงที่อยู่อาศัยที่ตรงตามรสนิยมตัวเอง

awsa